[เรื่องสั้น] สัญญา

posted on 21 Apr 2011 16:44 by vanezza
ปกติบล็อกนี้ถนัดแต่แปลเพลง
วันนี้หัวสมองโล่งๆ
บวกกับน้องแพม  บล็อกเพื่อนบ้าน
จุดประกายไอเดียให้เรา
เลยคิดแต่งเรื่องสั้นจริงๆ จังๆ ออกสู่สายตาสาธารณะเป็นครั้งแรก!!!
อาจจะไม่ค่อยฝีมือเท่าไหร่ (แทบไม่เคยเขียนเลยง่ะ)
น้อมรับคำวิจารณ์ของผู้อ่านทุกท่านเลยค่ะ
 

สัญญา

ณ หมู่บ้านต่างจังหวัดแห่งหนึ่ง
ถนนเป็นดินลูกรังฝุ่นตลบ
บ้านส่วนใหญ่มักทำจากไม้ 
บ้างก็สร้างจากไม้ทั้งหลังอย่างดี
หรือครึ่งหนึ่งเป็นไม้  ครึ่งหนึ่งเป็นปูน
ให้ความรู้สึกไทย - ฝรั่งประยุกต์พิกลๆ
บ้างก็เพียงมุงด้วยวัสดุที่พอกำบังแดดลมฝนได้

และ ณ หมู่บ้านแห่งนี้  หนึ่งในภาพที่คนในหมู่บ้านเห็นกันจนคุ้นตา
คือเด็กชายสองคนที่มักจะจูงมือเดินไปกลับโรงเรียนด้วยกันเสมอ
คนโตตัวสูงนั้นคือเด็กชายไม้  ลูกของนายดำกับนางแก้วตา
ครอบครัวที่มีร้านขายปุ๋ยอยู่ที่ตลาด  ฐานะไม่เลวทีเดียว
กับเด็กชายตัวเล็กผิวขาว  แก้มแดงน่าหยิก  ชื่อเด็กชายอู๋
ที่หลังจากพ่อผู้เป็นเสาหลักครอบครัวเสียชีวิตลง  ครอบครัวก็ค่อนข้างลำบาก
แม่ที่เคยอยู่บ้านเฉยๆ ที่บ้าน  ก็ต้องดิ้นรนหาเงินด้วยการขายข้าวต้มมัดที่ตลาด
หนึ่งในวิชาติดตัวไม่กี่อย่างที่เธอรู้เพราะไม่ได้เรียนหนังสือ
หากว่ามันก็เป็นบางสิ่งที่เธอรู้จนเชี่ยวชาญ
การขายข้าวต้มมัดนี้จึงสามารถพอจุนเจือสามชีวิตที่เหลือ  คือตัวเธอ  อู๋  และคุณตาที่เป็นอัมพฤกษ์อยู่ที่บ้านได้อย่างขอไปที

ทุกสิ่งมันเริ่มต้นมาจากเมื่อหลายปีที่แล้ว...
"ไม้  วันนี้ลูกช่วยไปรับน้องอู๋ไปโรงเรียนกับลูกด้วยนะ" นางแก้วตาไหว้วานลูกชายของตน
เมื่อแม่กล่าวเช่นนั้น  ไม้จึงเข้าใจเหตุผลที่น้าจันทร์  แม่ของอู๋แวะมาหาแม่ของเขาที่บ้านเมื่อวานนี้
ปรกติคนบ้านนั้นมีนิสัยที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง
คือไม่ใช่อัธยาสัยไม่ดี  แต่ทั้งหมดเป็นคนเก็บตัว  เงียบๆ ไม่ชอบสุงสิงกับใคร
"แต่ลึกๆ พวกเขาก็เป็นคนดีนะ  มีน้ำใจทั้งบ้านเลย" แม่เสริม  หลังจากที่รับคำขอมาอย่างง่ายดายเมื่อวานนี้
พลันสมองก็นึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้พ่อของอู๋เสียชีวิตเพราะช่วยเด็กตกน้ำ  แต่ตัวเองกลับต้องจมน้ำตายเพราะฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวไม่ไหว  เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านยังคงจำได้ติดตา
เด็กชายไม้ในวัยยังเยาว์รับปากแม่
ตั้งแต่นั้น  เด็กทั้งสองก็กลายเป็นเพื่อนร่วมทางทั้งไปและกลับโรงเรียนใกล้บ้านตลอดมา

วันเวลาผ่านไป  จากความเคยชินเป็นกิจวัตร  และจากกิจวัตรก็กลายเป็นความเบื่อหน่าย
เด็กชายไม้ในวัยสิบสี่ปีวันนี้  ซึ่งแม้จะมีผิวคล้ำเหมือนผู้เป็นพ่อแต่ก็หน้าตาหล่อเหลาและเป็นที่รักของเพื่อนๆ
จำใจต้องผละจากกีฬาฟุตบอลที่ตนชื่นชอบก่อนเวลาเพื่อไปส่งเด็กชายตัวน้อยที่ไม่ใช่แม้แต่ญาติกลับไปดูแลคุณตาที่อยู่บ้านลำพัง
เนื่องจากมันเป็น "หน้าที"
พี่ชายอายุสิบสี่เดินมา  ส่งมือให้น้องชายข้างบ้านอายุเจ็ดขวบที่กำลังเขี่ยก้อนกรวดบนพื้นไปมาฆ่าเวลาระหว่างรอ
"ไปกันเถอะ" เด็กชายตัวสูงกล่าวอย่างพยายามข่มอารมณ์ไม่พอใจ

ช่วงเวลาที่ได้เดินไปกลับโรงเรียนที่ห่างจากบ้านพวกเขาเกิอบหนึ่งกิโล
เป็นช่วงเวลาเพี่ยงไม่กี่นาทีที่เด็กชายตัวเล็ก  แต่ต้องรับผิดชอบหน้าที่เกินตัว
ทั้งทำงานบ้าน  หุงหาอาหารให้คุณตา
จะได้มีโอกาสได้ยิ้มหรือหัวเราะ  ขณะเล่าเรื่องต่างๆ ให้เด็กชายไม้ฟัง
เด็กชายไม้มองท่าทีร่าเริงของน้องชายอย่างหงุดหงิด
ต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องผละมาจากกลุ่มเพื่อนๆ เพื่อมาทำตามข้อตกลงของผู้ใหญ่สองคน
ซึ่งเขาไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยเลยสักนิด!
แล้วเขาก็นึกขึ้นได้...
"อู๋  พี่ลืมซื้อด้ายเย็บผ้าให้แม่  อู๋รอพี่ตรงนี้นะ  เดี๋ยวพี่มา"
"ไปด้วย" เด็กชายอู๋พูดขึ้น  สายตาเว้าวอน
"ไม่ต้องไปหรอก  ตลาดมันไกลนะ  ร้อน  รอพี่อยู่ใต้ต้นมะม่วงนี่แหละ  เดี๋ยวพี่มารับ"
"อย่าไปนานนะ"
"ไม่นาน  แป๊บเดียว"
เด็กชายไม้เดินจากไป  รู้สึกสดชื่นกับความเป็นอิสระของตนท่ามกลางอากาศร้อนเปรี้ยงยามสี่โมงเย็น  เนื่องจากไม่ได้นำ "ภาระ" ติดตัวไปด้วย

เด็กชายผู้พี่ลิงโลดกับความเป็นอิสระของตัวเองจนลืม  จนกระทั่งเดินผ่านร้านขายผ้าไปอย่างง่ายดายเพื่อซื้อหวานเย็นสีเขียวสีแดงในตลาดกินดับกระหาย  ขณะเดินต่อไปอีกสักพัก...
"ไม้!" เสียงเรียกมาจากประตูห้องกระจกข้างๆ
แล้วเด็กชายไม้ก็เดินหายเข้าไปในร้านเกมกับเพื่อนๆ

เย็นวันนั้น
"หวัดดีครับพ่อ  หวัดดีครับแม่"

"กลับมาเย็นจังไม้" แม่เขาทักขณะที่ไม้เดินเข้าประตูบ้านมา  ไม้มองไปที่นาฬิกาแขวน 'หกโมงเย็น'
"มา  ไปล้างมือแล้วมากินข้าวเร็ว  วันนี้แม่เขาทำน้ำพริกปลาทู  ของโปรดไม้เลยนะ" นายดำผู้เป็นพ่อเร่งเร้า  ลูกชายพยักหน้าแล้วเดินไปที่อ้างล้างมือหลังบ้าน

ขณะที่ไม้นั่งลงเพื่อร่วมวงข้าว "ไม้ได้ซื้อด้ายสีแดงที่แม่ฝากซื้อหรือเปล่า"
เด็กชายสะดุ้ง "เอ่อ  ผมลืมสนิทเลยครับแม่"
"ไม่เป็นไรจ้ะ  พรุ่งนี้ค่อยซื้อให้แม่ก็ได้" แม่กล่าวขณะคดข้าวใส่จานส่งให้

แต่สิ่งที่ทำให้ไม้สะดุ้งกลับไม่ใช่เพราะเขาลืมของที่แม่สั่งซื้อ 
หากแต่เป็นอย่างอื่นที่ใหญ่กว่า  สำคัญกว่า  มีชีวิตมาแล้วเจ็ดปีที่ใต้ต้นมะม่วงนั้นต่างหาก 
เป็นโชคดีที่แม่และพ่อไม่ได้ถามถึง  รวมถึงไม่ได้ถามด้วยว่าถ้าอย่างนั้นเขาหายไปไหนมา 
จะด้วยไว้ใจหรืออะไรก็ตาม  แต่เขาควรรีบๆ กินให้เสร็จๆ ไป

สี่ทุ่มกว่าๆ เด็กชายไม้ขึ้นนอนบนเตียงได้สักพักใหญ่ๆ แล้ว  ทว่าไม่ได้หลับเลย
เสียงนาฬิกาตั้งโต๊ะดังติ๊กๆ น่ารำคาญอยู่ข้างๆ ท่ามกลางความมืด
'ป่านนี้เจ้าอู๋คงกลับบ้านไปแล้วล่ะมั้ง' เด็กชายไม้คิดปลอบใจตัวเองวนไปวนมาแบบนี้หลายรอบแล้วเหลือเกิน
แต่แล้วในวินาทีต่อมาเขาก็กระโดดลงจากเตียง  แอบย่องออกไปนอกบ้านแล้วขี่จักรยานคันเก่าของพ่อออกไปดูที่ใต้ต้นมะม่วงเพราะคำว่า "สัญญา" ที่เขาให้ไว้

เด็กชายไม้ในชุดนอนสังเกตเห็นเงาตะคุ่มใต้ต้นมะม่วง  เขาจอดจักรยานและส่องไฟฉายไปหา
ปรากฎว่าเป็นเด็กชายอู๋อย่างที่เขาหวังและไม่หวังว่าจะเจอในเวลาเดียวกัน
เด็กชายอู๋หยีตาเมื่อแสงไฟสะท้อนมาหา
"ไปนานจัง" เด็กชายอู๋บอกพี่ชายคนนั้น
"พ...พี่นึกว่าอู๋กลับบ้านเองไปแล้ว" เด็กชายตัวสูงละล่ำละลักแก้ตัว  ก่อนบอก "กลับบ้านเถอะ  พี่ไปส่ง"
เขายื่นมือให้เด็กชายตัวน้อยดึงให้ลุกขึ้นอีกครั้งเหมือนเมื่อตอนเย็น
เด็กชายนั่งเล่นก้อนหินบนพื้นอีกแล้วขณะรอเขา  ท่าทางดูเดียวดายเหลือเกิน
และสิ่งที่เด็กชายตัวเล็กพูดนั่นก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปเท่าทวี

"ดีใจที่พี่รักษาสัญญา"
รอยยิ้มของเด็กชายอู๋ทำให้เด็กชายไม้รู้สึกโหวงไปทั่วท้องด้วยความละอายล้นอก 
อู๋ดูมีความสุขอย่างเหลือเชื่อ
"แต่...พี่มาช้ามากเลยนะ" เด็กชายไม้หลบตา
"มาช้าดีกว่าไม่มา" เด็กชายอู๋หัวเราะเสียงใส

เด็กชายไม้ขี่จักรยานช้าๆ อย่างระวังเพราะถนนมืด
เจ้าตัวน้อยกอดเอวพี่ชายไปตลอดทางด้วยความรู้สึกอบอุ่น  ปลอดภัย
เด็กชายไม้มองดูเด็กชายอู๋จนขึ้นบ้าน
เจ้าตัวเล็กโบกมือแรงๆ แบบเด็กๆ ให้ก่อนเข้าบ้านไป
และเมื่อได้รักษาสัญญา 
กลับบ้านไปเด็กชายไม้ก็หลับลงได้อย่างอัศจรรย์

วันนี้เป็นวันเสาร์ 
เด็กชายไม้เดินลงบันไดมารับพ่อแม่ที่เพิ่งกลับจากไปทำบุญที่วัดมา
ทว่าสีหน้าของพ่อกับแม่ดูไม่สดชื่นอิ่มบุญอย่างที่เคย
เมื่อสังเกตเขาจึงรู้ว่าที่จริงแม่ร้องไห้เลยต่างหาก
เมื่อเด็กชายไม้เดินเข้ามาใกล้...

"เมื่อวานตอนเย็นไม้ไปไหนมา" แม่ถามเสียงเขียว
"ก..เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ" ไม้หันไปสบตาพ่อขอคำอธิบาย
"น้องอู๋  ตายแล้วไม้" พ่อพูดเสียงสั่น "น้องอู๋นั่งเล่นก้อนหินอยู่ริมถนน  รถกระบะไม่เห็น  เลยชนน้องอู๋ตายเมื่อห้าโมงครึ่งวานนี้"

 

...สิ้นเสียงของพ่อ  ไม้ก็ทรุดตัวระเบิดร้องไห้  และเล่าเรื่องทั้งหมดให้คนทั้งสองฟังเรื่องที่เขาทิ้งเด็กชายอู๋ไว้ให้อยู่คนเดียว
นางแก้วตาได้ฟังเสียงร่ำไห้เสียใจอย่าสุดซึ้งของลูกชายก็สงสารเกินกว่าจะดุว่าอะไรอีก
พ่อแนะนำให้ไม้ไปขอขมาน้าจันทร์  แม่ของเด็กชายอู๋
ซึ่งแม้ว่าเธอจะเจ็บปวดอย่างที่สุด  แต่ก็ไม่อาจจะว่าอะไรเด็กชายไม้ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ที่สำนึกผิดและยอมมาขอโทษเธอถึงบ้าน
เธอซ่อนความรู้สึกไว้ภายใต้สีหน้าเรียบเฉยและดวงตาแดงๆ ที่มีน้ำเอ่อไหลออกมาเป็นระยะเท่านั้น
ครอบครัวของเด็กชายไม้ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้เด็กชายอู๋
ช่วยเรื่องเงินทองให้ครอบครัวเด็กชายอู๋ทุกเดือนและทุกอย่างเท่าที่จะทำได้
กระนั้น  ไม้ก็รู้สึกว่าทุกสิ่งก็ไม่เคยเพียงพอกับ "สัญญา" ที่เขารักษาไม่ได้แม้สักนิด
สัญญาที่เป็นเพียงลมปากของเขา  เขาไม่เคยรู้เลยว่ามันมีความสำคัญกับคนอื่นมากมายเพียงใด

 



# # # # # # # # # # # # # # #




P.S.#1 วันนี้คุณสัญญากับใครไว้หรือเปล่า?   นึกดูดีๆ อิอิ (edit Apr. 22, 2010 : 9.59 pm)
 

P.S.#2 ไม่รู้คิดไงถึงเขียนเรื่องนี้ออกมา (รู้สึกละอายว่ะ  ตัวเองชอบผิดนัดเหมือนกัน)

P.S.#3 ผ่านไปผ่านมา  แต่อย่าผ่านมาแล้วผ่านไป  คอมเมนต์ให้ด้วยนะ Kiss

Comment

Comment:

Tweet

ชอบนะเป็นกำลังใจให้ ขนลุกเล็กน้อยตอนหักมุม แต่ถ้าเนื้อเรื่องชัดเจนและกระชับกว่านี้จะดีมากๆเลย

#21 By คนชอบอ่าน (103.7.57.18|223.204.101.155) on 2013-03-11 17:42

กรรม ทำไมมีแต่คนคิดว่าเรื่องนี้ Y แว้?
แถมยัง Y แบบ Pedophilia (รักเด็ก) ซะอีก
อืม...ควรจะพิจารณาภาษาตัวเอง sad smile

#20 By \/ /\ N ∑ Z Z /\ on 2011-08-10 23:21

ไม่อยากจะบอกเลยว่า ตอนแรกเค้าก้อแอบสงสัยว่า เอาละว้า แวนเขียนเรื่องวายอะเปล่าเนี่ย แต่แหมมมม อ่านไปๆแล้วสุดยอดพี่น้อง!!! แต่งดีมากๆเลยค้าบแวนนี่~

#19 By ปุ้มมี่ (58.11.23.191) on 2011-08-10 18:33

ที่แรกนึกว่าแนว homo ซะอีก
ที่แท้ก็แนวสยองขวัญ


ข้างบนพูดเล่น
แอบเศร้าเบา ๆ
อย่าลืมรักษาสัญญากันนะจ๊ะ ทุกคนHot! Hot! Hot!

#18 By back-to-basic on 2011-05-18 11:12

เขียนได้เยี่ยมมครับHot! big smile

#17 By Lil'BoX on 2011-05-14 10:05

Hot!

#16 By ลิงแว่น on 2011-05-13 10:31

ขอแปะไว้ก่อน จะกลับมาอ่านพรุ่งนี้ฮ่ะ big smile Hot!

#15 By Boomerang :) on 2011-05-03 23:21

ขอบคุณที่ไปเยือยนกันจ้าconfused smile

#14 By Jantaja on 2011-04-30 02:20

เข้ามาอ่านแล้วรู้สึกเศร้าจัง
โดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบอ่านเรื่องสั้นมาก แต่อ่านแนวผีๆ
และชอบเรื่องที่จบหักมุมมากๆ
นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกเศร้า และจบหักมุมได้อย่างแอบหลอนนิดๆ
ตอนจบหักมุมสุดๆ (นึกว่าจะแฮปปี้เอ็นดิ้ง)
ชอบครับ Hot! Hot!
big smile

#13 By Drama Queen on 2011-04-24 18:59

เศร้าครับ เขียนได้ดีนะครับ Hot! Hot! Hot!

#12 By 40reborn on 2011-04-24 01:03

อาจเเล้วย้อนกลับมาดูตัวเองเลยค่ะ
บางทีก็ชอบสัญญอะไรเรื่อยเปื่อยย
โดนที่ไม่เเน่ใจว่าตัวเองทำได้หรือเปล่า
บางทีเเค่พูดไปไว้ก่อน ไม่ได้นึกถึงผล
อาจะเเล้วคิดได้เลยค่ะ TTTT

#11 By yysba (58.11.14.87) on 2011-04-22 21:50

อ่านจบแล้ว\"จุก\" มากๆ
หายใจแทบไม่ออกเลย
เป็นเรื่องสั้นที่สะท้อนได้ดีมากเลย
เจ็บตรงหักมุมตอนท้าย
แต่ก็คิดไว้แล้วว่าจะต้องเกิดอะไร

เขียนอีกนะคะ แล้วจะมาอ่านอีก

#10 By Chai (113.30.3.107) on 2011-04-22 21:45

อ่านแล้วพูดยากว่าจะเศร้าหรือซึ้งหรืออะไรดี อย่างแตงว่าอะคือ.. จุก

สัญญา... จะว่าหนักก็หนัก จะว่าเบาก็เบา
หากเอามันติดไว้เพียงลมปากมันก็เบา
หากเอายึดแน่นไว้ในใจมันก็หนัก
ขึ้นอยู่กับจะเอาไว้ที่ไหน จะมีใครสักกี่คนที่ให้ความสำคัญกับคำพูดที่เป็นเพียงลมปาก

เอาเป็นว่าแป้งจะรู้สึกอย่างนี้ตอนที่อ่านแล้วกินใจอะนะ
แต่งดีค่ะ ซาบซึ้ง

ปล. แต่อดแปลกใจเล็กน้อยที่แวนแต่งซะไทยจ๋าแบบนี้ แหะๆ

#9 By MeO (14.207.100.220) on 2011-04-22 21:23

โอ้โห ยังมีความสามารถไปจิ้นวายได้อีกวุ้ย sad smile

#8 By \/ /\ N ∑ Z Z /\ on 2011-04-22 21:12

เพื่อนแวน..จุกอ่ะ อ่านแล้วจุก
(.....ตอนแรกกะจิ้นวาย แต่เนื้อเรื่องมันแอบจิงจัง หุหุ)
เด๋วจะก็อปลิ้งค์ไปแปะให้เพื่อนแตงมาอ่านเน้อ

สัญญา ง่าย
..แต่รักษาสัญญามันไม่ยากนะ
บางคนก็มักจะโทษ\\\"สิ่งเร้า\\\"มาทำให้ไขว้เขว
เปรียบเหมือนเวลาศาสนาพุทธแบบเราๆที่ต้องรักษาศีล พอทำผิดศีลก็บอกว่ามี\\\"มาร\\\"ไรงี้
....แต่ทุกคนลืมไปอย่างหนึ่งว่า คนที่เลือกที่จะทำก็คือ \\\"ตัวเรา\\\" เอง ไม่ควรโทษใคร
..........
เวลาแตงผิดสัญญาใคร แตงก็บอกตรงนะ ว่าแตงทำเอง
(ดูหน้าด้านเนอะ..เลวว เชียว แต่ก็นะ...ขี้เกียจโกหก)
.....อิอิ แวะเขามาตามคำขอแล้วเน้อ อิอิ

#7 By ด.ญ.โตแมง (124.121.35.23) on 2011-04-22 20:16

ขอบคุณคุณนิพันธ์
คุณ Jantaja
แพม
แล้วก็ขอบคุณคุณสโนว์ไวท์กับเจ้าชายทั้งหกมากนะคะ
เราแก้ข้อผิดเรียบร้อยแล้ว (คิดว่านะคะ sad smile หาแทบแย่เลยเรา)

ส่วนคอมเมนต์ที่ 1 ของตัวเอง เราคิดว่าสาเหตุที่เรารู้สึกแบบนั้นคงเพราะว่ามันน่าจะไปคล้ายโปรเจ็กต์เก่าตัวเองแหงเลย เคยคิดเขียนเรื่องแบบนี้มาก่อนแต่ไม่ได้ลงมือทำ open-mounthed smile

#6 By \/ /\ N ∑ Z Z /\ on 2011-04-22 07:55

ตกลงแม่ของเด็กชายอู๋ขายอะไรกันแน่คะ sad smile

ถ้าไม่นับเรื่องที่ผิดพลาดนั่น นับว่าเป็นเรื่องสั้นที่ดีจริงๆ ค่ะ เขียนได้สะเทือนอารมณ์ ภาษาที่ใช้ก็กำลังดี เขียนอีกเรื่อยๆ นะคะ big smile ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ
เขียนดีมากเลยอ่ะพี่
ทั้งหักมุม ลึกซึ้ง แล้วก้สะเทือนใจ

ไม่มีอะไรจะติงแฮะ เพราะชอบมาก confused smile
เขียนอีกเยอะๆนะ ไว้จะมาอ่านอีก อิอิ

Hot! Hot! Hot! Hot!
ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#4 By kekhuay on 2011-04-21 22:27

เขียนได้ดีจนอดทึ่งไม่ได้เลยค่ะHot! Hot! Hot! confused smile

#3 By Jantaja on 2011-04-21 20:25

Hot! Hot! Hot!

สัญญานั้นคือคำมั่น ที่หนักหน่วงและมีชีวิต^^


ปล.เมื่อก่อนผมชอบเลี้ยงปลาหมอสีมากครับ.. ตอนนี้ไม่ได้เลี้ยงแล้ว แต่ก็ยังรักมันอยู่ครับ
อ่านไปอ่านมา...
ทำไมรู้สึกเหมือนมันจะไปซ้ำกับอะไรสักอย่างตะหงิดๆ ไม่รู้ confused smile embarrassed sad smile

#1 By \/ /\ N ∑ Z Z /\ on 2011-04-21 17:31