ภาษา ใช้อะไรฟัง?

posted on 27 Jun 2010 11:07 by vanezza

แปลกใจไหมว่าทำไมคนบางคนพูดภาษาเดียวกันกลับไม่เข้าใจ
ในขณะที่คนอีกคู่  ต่างชาติต่างภาษา  พูดกันกระท่อนกะแท่น  ผิดๆ ถูกๆ
กลับเข้าใจกันเป็นอย่างดี

เราเจอทั้งสองเหตุการณ์ในวันเดียวกัน...

26 มิถุนายน
เราเพิ่งทะเลาะกับคนๆ หนึ่งมาสดๆ ร้อนๆ
ก็ไม่รู้ว่าทำไม
พักหลังๆ ที่เราเจอหน้าเขา 
เรากับเขาทะเลาะกันตลอดเลย
ทะเลาะกันจนแบบเหม็นหน้า 
ขนาดที่ว่า  ไม่ได้เห็นหน้า  ไม่ได้คุยกันอีกเลยก็ไม่รังเกียจ
โกรธจนปรอทแตกว่างั้น
เขาก็ไม่รู้ตัวสักทีว่าทำอะไรให้เราโกรธ
คุยกันก็หาว่าเราด่า
ภาษาเดียวกันนะเนี่ย!
แต่ทำไมยิ่งคุยก็ยิ่งไม่รู้เรื่อง
เรารู้สึกว่ายิ่งคุยก็ยิ่งห่าง
ระดับความสัมพันธ์ยิ่งลดต่ำลงเรื่อยๆ
สู้หุบปากทั้งคู่แล้วชาตินี้อย่าคุยกันอีกเลยมั้ง!

แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนั้นนั่นเอง
ที่เซเว่นอีเลฟเว่นหอพักโซน B ของธรรมศาสตร์  รังสิต
ต่างชาติคู่หนึ่ง
(ไม่ใช่ฝรั่ง  เหมือนจะอินเดียหรือเอเชียสักประเทศนี่ล่ะ
แต่พูดไทยไม่ได้เลย)
ถามเรื่องเติมเงินด้วยบัตรโทรศัพท์มือถือ
พนักงานเซเว่นคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง
เลยให้หนุ่มธรรมศาสตร์ที่อยู่ใกล้ๆ แถวนั้นช่วยอธิบาย
เขาก็เป็นล่ามให้  แต่ก็ยังปรากฎความสนเท่ห์อยู่บนใบหน้าลูกค้าต่างชาติทั้งคู่อยู่ดี

จากที่จับใจความ  เรารู้ว่าเขาต้องการเติมเงินโทรศัพท์ 100 บาท
แต่บัตร 100 บาทหมด
เด็กศิลปศาสตร์อย่างเราอยากยุ่ง  เลยพูดว่า
"Why don't you pay for your phone at 60฿ twice
and you will pay only 120฿ for 8 days"
(60 บาทได้ 4 วัน x 2 = 8 วัน)
เพราะบัตรราคาอื่นจะแพงกว่านี้มาก
ดูเหมือนเขาต้องการจะเติมแค่นี้

พอคุยกันเรื่อยๆ ถึงเข้าใจว่า
ปัญหาเขาอยู่ที่
ทำไมเขาต้องเติมบ่อยๆ
เดี๋ยววันหมดๆ ด้วยล่ะ?
เราก็เลยบอกทำนองว่า
คุณต้องเป็นเปลี่ยนโปรโมชั่นเป็นจ่ายรายเดือนที่เคาน์เตอร์เซอร์วิสนะ
เขาก็ถามอีกว่ามีเคาน์เตอร์เซอร์วิสแถวธรรมศาสตร์ไหม
เราบอกไม่แน่ใจ  แต่ฟิวเจอร์ปาร์ค  รังสิตน่ะมีแน่นอน
เขาก็บอกว่างั้นเขาจะไปที่ฟิวฯ ละกัน
พร้อมกับยิ้มและขอบคุณเรา

เที่ยงกว่าแล้ว
เราเดินหิ้วข้าวเช้าขึ้นไปบนหอด้วยความมึนกับศัพท์ของตัวเอง
"เราน่าจะพูดอย่างนั้นนี่หว่า / นั่นเราพูดผิดนี่หว่า"
คงด้วยความหิวเลยนึกคำดีๆ ไม่ค่อยออก
แต่อย่างน้อยก็ถือว่าภาษาของเราสัมฤทธิ์ผลเป็นอย่างดี
ถ้าเป้าหมายของภาษาคือการสื่อให้คนอื่นเข้าใจ...

พลันนึกถึงไม่มีชั่วโมงที่ผ่านมา...
นั่นภาษาเดียวกัน
ภาษาไทย  ภาษาแม่
แต่นี่ต่างภาษา
ภาษาอังกฤษ (แถมมั่วอีกต่างหาก)
แต่ทำไมระดับความเข้าใจถึงต่างกันและกลับกันเช่นนี้?

เราจึงได้มาคิด
ความเข้าใจของภาษานั้น
มันอาจจะไม่ได้สำคัญเท่าไหร่เลยว่าไวยากรณ์คุณจะเป๊ะ
ศัพท์คุณจะแม่นหรือเปล่า
ก็ในเมื่อ  เราเป็นคนไทยมาตั้งแต่เกิดจนถึงวันนี้
แต่เรากลับใช้ภาษาไทยให้เขา "เข้าใจ" ไม่ได้
ในขณะเดียวกัน  กับชาวต่างชาติคู่นั้น
ภาษาไม่รู้เรื่อง  แต่กลับเข้าใจกันเป็นอย่างดี
บางที  ภาษาอาจจะเป็นเรื่องที่อยู่เหนือสัมผัสทั้งห้า
ฟัง  พูด  อ่าน  เขียน  หรือสัมผัส (ในอักษรเบรล)
แต่กลับได้ยิน  รับรู้ด้วยสิ่งง่ายๆ ที่เรียกว่า "ใจ"
กว่าที่ใครๆ คิด
ว่าเราพยายามจะทำความเข้าใจเขาแค่ไหน
ก็เท่านั้นเอง

 คำแปล
RONAN KEATING - WHEN YOU SAY NOTHING AT ALL

 

It's amazing how you can speak right to my heart
- ช่างน่าอัศจรรย์ ที่เธอสามารถพูดได้ตรงกับใจ
Without saying a word, you can light up the dark
- แม้ไม่ได้เอ่ยคำใด  เธอก็สามารถจุดดวงไฟท่ามกลางความมืดมิด
Try as I may I could never explain
- แม้จะเพียรพยายาม  ฉันก็ไม่สามารถจะอธิบาย
What I hear when you don't say a thing
- ถึงสิ่งที่ฉันได้ยินในยามที่เธอไม่ได้กล่าวอะไรเลย

The smile on your face lets me know that you need me
- รอยยิ้มบนใบหน้า  บอกให้รู้ว่าเธอต้องการฉัน
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
- ความจริงในดวงตา  พูดว่าเธอจะไม่ทิ้งกัน
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
- สัมผัสจากมือเธอ  บอกว่าาเธอจะฉุดฉันขึ้นมา  ยามใดที่ล้มลง
You say it best.. when you say nothing at all
- เธอพูดได้เพราะที่สุด  แม้ในยามที่ไม่ได้กล่าวอะไรเลย

All day long I can hear people talking out loud
- ตลอดทั้งวันฉันได้ยิน  ผู้คนพูดกันจอแจ
But when you hold me near, you drown out the crowd
- แต่เมื่อเธอกอดฉัน  เธอกลบเสียงคนอื่นเสียสิ้น 
Try as they may they can never define
- แม้จะพยายามเท่าใด  พวกเขาก็ไม่สามารถให้ความหมาย
What's been said between your heart and mine
- ถึงเสียงที่พูดกัน  ระหว่างใจเธอกับฉันนี้

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

The smile on your face lets me know that you need me
There's a truth in your eyes saying you'll never leave me
The touch of your hand says you'll catch me whenever I fall
You say it best.. when you say nothing at all

(You say it best when you say nothing at all
You say it best when you say nothing at all..)

The smile on your face
- รอยยิ้มบนใบหน้า
The truth in your eyes
- ความจริงในดวงตา
The touch of your hand
- สัมผัสจากมือเธอ
Let's me know that you need me..
- บอกให้ฉันรู้ว่าเธอต้องการฉัน

. ลืมเขียนไป
เราไม่ได้เขียนเกี่ยวกับ "อีตานั่น" นะ

Comment

Comment:

Tweet

เขียนถึงอีตานั่นเถ้อ เผื่อว่าความไม่เข้าใจจะเปลี่ยนมาเป็นเข้าใจกันได้confused smile confused smile confused smile

#7 By Jantaja on 2010-10-25 20:00

โอ๊ยๆ ชอบบบ (เพิ่งมาอ่าน)
นั่นสินะอยู่ที่ "เราพยายามจะทำความเข้าใจเขาแค่ไหน.."

ถ้าคนฟังไม่ได้อยากจะเข้าใจเรา พูดไป..ก็เท่านั้น~

ปล.นานๆทีจะเข้ามาอ่าน ฮี่ๆ
็Have a nice day จ้า ;))

ปปล.ถ้าไม่ได้เป็นสมาชิก exteen ให้ (G)Dragon ball ไม่ได้เหรอ~ O.O? มุมิ

#6 By X-tine (203.131.210.3) on 2010-09-03 12:38

You say it best.. when you say nothing at all

เพลงนี้ผมฟังมานานมากแล้ว ... ฟังกี่ทีก็ยิ้มออก
เสียงของ Ronan ซอฟท์มาก

แปลออกมาได้ตรงประเด็นดีครับ ภาษาที่ใช้ก็เข้าใจง่าย

confused smile confused smile confused smile confused smile

Ps. ผมเคยคุยกับชาวฟิลิปปินส์คนนึง สำเนียงแย่มากครับ
แต่ก็ Okay นะ 555 5 นานอยู่กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง

#5 By sweet-vampire on 2010-07-05 14:18

ความหมายออกมานี่อยากให้ใครคนนึงได้มาอ่านจังค่ะ
ขอบคุณนะคะที่ มาแปลให้รู้ความหมายของเนื้อเพลง

#4 By antanz on 2010-06-30 10:55

แล้วถ้าไม่เคยพูดอะไรกับเขาเลย
คน ๆ นั้นจะรู้มั้ยว่าเราคิดยังไง


Hot! Hot! Hot!

#3 By back-to-basic on 2010-06-28 09:09

Hot! ลืม อยากให้คนอื่นได้อ่านบทความนี้แฮะ

#2 By MeO on 2010-06-27 23:55

คมมาก ๆ ค่ะแวน

บางทีคนที่ไม่เข้าใจแวนคนนั้น ที่คิดว่าแวนชวนเขาทะเลาะ เป็นเพราะเขาไม่รู้จักแวนดีหรือเปล่าเลยเห็นว่าเป็นอย่างนั้น

แป้งไม่รู้รายละเอียดหรอกแต่บางทีแวนก็อาจจะพูดอะไรที่มัน แร๊งงงงง ในความคิดของคน ๆ นั้นออกมาก็ได้นะ คนที่ยังไม่รู้จักกันดีเลยอาจจะยังรับไม่ได้ เพราะความคิดความอ่าน การสั่งสมประสบการณ์ด้านการสื่อสารของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันนี่นา ลักษณะการตีความหมายของการสื่อสารเลยอาจจะยังจูนเข้าหากันไม่ได้

ยกตัวอย่างเช่นของแป้งเมื่อก่อนนี้ (สมัยที่จิตใจยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง)มีคนเรียกแป้งด้วยสรรพนาม "แก" มันเป็นเรื่องปกติของเขา สังคมของเขาเรียกแทนกันอย่างนั้น แต่ไม่เคยมีใครเรียกแป้งว่าแกมาก่อน แป้งเลยรับไม่ได้ อะไรทำนองนั้นน่ะ วุ้ย จะอธิบายอย่างไรดีsad smile

...เล็กน้อย
ตอนนี้มีแต่คนบอกว่าแป้งพูดจาภาษาคนไม่ค่อยจะถูก ฟังแล้วไม่เข้าใจทั้งนั้นเลยล่ะแหว่นแว๊นนน แป้งล่ะเศร้า

รักแวนจ้ะ (อันนี้สื่อสารตรงกันเนอะ)double wink

#1 By MeO on 2010-06-27 23:54