ปิดเทอมไม่ได้อัพเลยวุ้ย
ทั้งๆ ที่มีหลายเรื่องเกิดเยอะมากเลยนะ
แต่ดันเป็นเรื่องที่ไม่อยากพูดถึงเนี่ยสิ...
รวมถึงเรื่องที่กำลังจะเขียนต่อไปนี้ด้วย
แต่วันนี้พูดในสภาวะที่อารมณ์เป็นกลางที่สุด
ถ้าเป็นวันอื่นคงจะแว้กๆๆ อย่างไร้สติ
หรือไม่ก็กรี๊ดๆๆ ดีใจกับเรื่องที่คิดไปเองทั้งนั้น
เอาเถอะ  เข้าเรื่องเลยดีกว่า

(เอ็นทรี่ย์นี้เป็นเพียงการบ่นแบบสรุป(ไม่ย่อ)นะคะ  หาได้มีสาระอะไรขนาดนั้น
อย่างชื่อเอ็นทรี่ย์ไม่ 555)

Are you leading me on?
คุณแค่กำลังหยอกลูกไก่อย่างฉันเล่นหรือเปล่า?
แต่ฉันบอกได้เลยนะว่าฉันเปล่า
สะพานน่ะ  ทอดมากๆ มันเปลืองค่าน้ำมัน
หรืออย่างน้อยฉันก็ไม่ทอดไปเรื่อยเปื่อยแน่ๆ
ถึงแม้ว่าความเป็นไปได้ระหว่างเราดูเหมือนมันจะไม่มี๊~ไม่มีก็ตาม
ฉันก็ไม่อยากพูดด้วยสำเนียงคนขี้แพ้แบบนี้หรอกนะ
แต่...ใช่
"อุปสรรคมันเยอะเกินไป"
เราต่างกันเกินไป
นี่คือเรื่องจริงอิงประวัติศาสตร์ที่ฉันต้องยอมรับ

แม้ว่าอย่างน้อยเราก็ยังเป็นเพื่อน
ยังเป็นพี่น้องที่ดีต่อกันอยู่ในตอนนี้
แต่ฉันสงสัยว่า
"ผู้หญิงกับผู้ชายมันจะสามารถคบเป็นเพื่อนกันได้
แบบบริสุทธิ์ใจ  ไม่หมกเม็ด  ขนาดนั้นจริงๆ เหรอว้า?"
ในกรณีที่สนิทสนมกัน
-- ไม่ใช่หมกเม็ดอย่างว่านะเว่ย!
หมายถึงจีบกันน่ะ
ฉันไม่รู้คุณ (รวมถึงคุณผู้อ่านผู้มีอุปการคุณด้วยค่ะ ^^) คิดไงนะ
แต่สำหรับคำตอบในใจฉันเอง
มันรีบตะโกนออกมาดังๆ ทันทีที่ได้ยินคำถามนี้เลยว่า
"ไม่"
ฉันประเมินผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตทั้งนั้นแหละ
(อู๊ยยยเธอ  พูดเหมือนโชกโชน
"อืม...  ถ้าผู้ชายคนนี้เป็นแฟนฉันล่ะก็นะ___"
แต่จะเป็นแค่เพื่อนชายเฉยๆ ก็ต่อเมื่อเขาสอบตก
แล้วบังเอิญคุณดันสอบผ่านน่ะสิ
ผ่าน  สวยงาม  แบบลุ้นเกียรตินิยมเหรียญทองกันเลยทีเดียว
ความใกล้มันชักจะทำให้ฉันรู้สึกถึงอำนาจสนามแม่เหล็กซะแล้ว
เป็นปีนี่คงไม่เรียกว่าชักจะแล้วมั้ง!
เกิดเข้าไปดูดจุ๊บ  ติดแป๊ะ  วิ่งเข้าหาเอง
คุณอาจจะหันอีกขั้วใส่แล้วผลักฉันออกไปตลอดกาลก็ได้
สิ่งที่ฉันทำได้ก็เลยต้องพยายาม "รักษาระยะห่าง" แบบนี้นี่ไง
เกิดต้านอำนาจแม่เหล็กไม่ไหว  ก็มีแต่ฉันที่จะเจ็บ  แตกเพราะแรงกระแทกเอง

หากนี่คือเกม...  คุณก็คงถือไพ่เหนือกว่าฉันเห็นๆ
ก็บังเอิญว่าคุณมันแม่เหล็กไฟฟ้าอันเขื่องนี่
ส่วนฉันมันกระป๋องดีบุกบุบๆ ใบหนึ่ง
มีแต่ฉันคนเดียวตลอดที่เต้นไปกับการกระทำของคุณ
ส่วนคุณก็...อยู่เฉยๆ ของคุณอ่ะ
ปั่นหัวฉันเล่นต่อไป
ก็รู้...
แม่ง...ไม่ยุติธรรมเลยวุ้ย!
แต่ฉันก็ไม่โทษคุณหรอกนะ
น่ารัก...ไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย
แค่ผิดศีลธรรมและโหดร้ายหน่อยๆ เท่านั้นเอง

ฉันรู้สึกดีกับคุณ
ฉันชอบคุณ...ใช่
แล้วฉันก็มั่นใจว่าคุณรู้สึกแบบเดียวกันกับฉันด้วย
เพราะถ้าไม่ชอบคงไม่ทนคบค้ากันมานานขนาดนี้หรอก
แต่แตกต่างกันตรงรายละเอียดปลีกย่อยนิดหน่อย
ฉันชอบคุณ...ซะจนอยากครอบครอง
ชอบจนหลงไปแล้ว
ก็รู้...นัมเบอร์ทู
จนชักจะควบคุมตัวเองไม่ได้
และเป็นฝ่ายถูกควบคุมซะเอง
แต่คุณ
อันนี้เท่าที่เห็นนะ
เพราะในความเป็นจริง  ฉันก็ไม่ได้รู้จักคุณขนาดนั้น
ขนาดที่พอจะไปตัดสินคุณได้น่ะ  แล้วฉันก็ไม่ชอบทำด้วย

คุณก็รู้สึกดีกับฉัน
และก็ชอบฉัน
แต่ในความหมายที่อยู่ใกล้แล้วรู้สึกดี
แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ได้ขาด
เหมือนว่าฉันเป็นเพียงอาหารเสริมของคุณ
แต่คุณกลายเป็นส่วนหนึ่งของอาหารหลักห้าหมู่ของฉันไปแล้ว

จะว่าไป
ที่จริงฉันก็ไม่ได้ถึงขนาดอยากมีคุณไว้หนีบแขน
ไว้ควงเป็นแฟนหรอกนะ
งงล่ะเส่ะคุณผู้อ่าน  หึหึ
ขอพูดอย่างไม่อายเลยว่า
"ตั้งแต่เกิดมาฉันก็ยังไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตน  เป็นคนเป็นๆ ดิ้นได้เลยเหมือนกัน"
แต่ทำไมเขียนเสร็จแล้วตรูกระดากฟระ!
ทั้งๆ ที่ก็พอมีคนมาจีบ (บ้างล่ะน่า...)
ถ้าไม่เรื่องมากเลือกมาก็มีไปแล้ว
แต่แฟนไม่เหมือนเงินนี่
"จำเป็น" ต้องมีติดตัวไว้ตลอดเวลาถึงจะอุ่นใจ
คำว่า "แฟน" สำหรับฉัน
คำนี้จริงจังนะเว้ย!
ถ้าจะเรียกใครด้วยสรรพนามอันทรงเกียรติอย่างแฟนล่ะก็
เขาผู้นั้นจะต้องผ่านการคัดสรรมาอย่างดีซะยิ่งกว่าทดสอบหน่วยซีล
แต่ถ้าเรียกแล้ว  เลือกแล้ว  จะรักษาให้ดี  ให้มั่นคงไปนานๆ
แต่ถ้าอยู่ๆ ไป  มันทำให้ฉันไม่มีความสุขขึ้นมาเมื่อไหร่ล่ะก็
ฉันก็ทิ้งได้อย่างง่ายดายเหมือนกัน
...คนเราชีวิตมันสั้น  ทนทำไม?

ไหนๆ ขออธิบายนิด
ก่อนหน้านี้ที่ฉันมีสิ่งที่คลับคล้ายที่ปรากฎในตำราอาการวิทยาของโรคอกหักน่ะนะ
555 จริงๆ ก็ไม่ได้มีอาร้าย...
ไม่ได้อกหัก 
ไม่ได้ถูกทิ้ง
และไม่ได้ไปทิ้งใคร (??)
แค่ตั้งจุดยืนของตัวเองใหม่ (แต่ตัวเองก็ดันมาเจ็บ)
แค่รู้สึกว่าคุณได้สิ่งดีๆ
ความรู้สึกดีๆ จากฉันมากเกินไปล่ะมั้ง...
ตอนให้น่ะฉันไม่ได้คิดอะไรหรอก -- จริงๆ นะ
แต่พอให้ไป  มันดันเกิดคาดหวังไง
"อะไรวะ  ให้ไปตั้งเยอะ"
ก็บังเอิญว่าฉันมันเป็นพวกรักใครชอบใคร
ให้หมดทุกอย่าง
กับเพื่อนก็เหมือนกัน
จะดูแลอย่างดีมากๆ
และจะรู้สึกแย่ไปด้วย  ถ้ามาหาฉันแล้วยังรู้สึกแย่กลับไป
พูดแล้วเหมือนโฆษณาตัวเอง ฮ่าๆ แต่มันจริงนี่
เจ็บอะไรมาจะรักษาให้จนหาย
จากร้องไห้มาจะทำให้หัวเราะกลับไปเลยล่ะ
ถ้าคุณคือคนที่ฉันแคร์แล้วล่ะก็ 
แต่พอให้มากๆ เหมือนทำดีไม่ได้ดี
เหมือนทำยอดขายไม่ได้ตามเป้า (ซะงั้น...)
มันเคว้งกับการให้ของตัวเองไง
มันน้อยใจ  แล้วมันก็ท้อด้วย
"เพื่ออะไร?"
"ฉันโดนหลอกใช้อีกแล้วหรือเปล่า"
-- โดนบ่อยไง  ไอ้ความใจดีอย่างไม่บันยะบันยังเนี่ย
ได้ข่าวว่าก็แสล๋นไปช่วยเขาเองนะเนี่ยนะ
กระนั้นฉันก็ยังเลิกให้คุณไม่ได้อยู่ดี
เห็นคุณมีความสุขกับสิ่งที่ฉันทำให้ด้วยใจ (ที่มีแอบหมกเม็ดนิดๆ)
ทำไมฉันก็มีความสุขตามไปด้วยก็ไม่ทราบ
ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันขนาดนั้น
ไม่ได้ครอบครองทั้งใจ
แต่เป็นง่ามใจก็ยังดี (วะ)!
เพราะบางที  หาก Platonic Love มันก็ไม่มีอยู่ในดิคของคุณเหมือนกัน
ฉันก็อาจจะเป็นฝ่ายถูกประเมินอยู่เหมือนกันก็ได้
คุณอาจจะไม่ได้เป็นแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างที่ฉันคิด
และฉันก็ไม่ได้เป็นกระป๋องดีบุกบุบๆ อย่างที่ตัวเองว่า
แต่เราอาจคือแม่เหล็กไฟฟ้าที่แรงพอกัน
แล้วคุณก็อาจจะต้องเป็นฝ่ายวิ่งเข้าหาฉันเสียเอง
ความต่างของเรา...ใครจะไปรู้
อาจจะเหมือนแม่กุญแจและลูกกุญแจ
ที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลยจากลักษณะภายนอก 
แต่คุณก็ขาดฉันไม่ได้อยู่ดี
ก็ทุกวันนี้เราก็ยังเข้ากันได้ดีนี่นา!
ให้ความหวังตัวเองอีกแล้ไงกรู...

สรุป
ก็ยังไม่ได้ตัดใจ (คำๆ นี้มันแรงไป  แล้วก็ไม่เก่งพอ)
ไม่ได้เลิก (เพราะยังไม่ได้เริ่มเลย  จะเลิกได้ยังไงฟระ!)
แต่ตั้งจุดยืนของตัวเองใหม่จริงๆ
อะแฮ่ม...แล้วก็ไม่ได้มานั่งร้องห่มร้องไห้ (อย่างที่มีหลายคนคิด)
วู้ยยยย  เกิดมาเดี๊ยนไม่เคยร้องไห้เพราะผู้ชายที่ไม่ได้ใช้นามสกุลเดียวกันนะฮ้า~
จะร้องทำไมวะ!  ก็ไม่ได้เป็นอะไรกัน
แต่เศร้านิดหน่อยน่ะใช่ -- ฉันก็คนนะเว้ย
"รักใครจงรักแต่พองาม" คำพูดของเพื่อนแตงนี้  กระแทกใจดีจริงๆ
และจะให้ในสิ่งที่ควรค่ากับคนที่คู่ควรเท่านั้น
ไม่ซื้อสองแถมห้าแบบเดิมแล้ว
มันเหนื่อย  มันเบื่อ  มันขาดทุน
...แล้วฉันก็คงมองคนอื่น (ไปด้วย) แล้วล่ะ
ไม่ได้เจ้าชู้
แค่เลือกสิ่งที่ดี่สุดให้ตัวเอง
แต่ถ้าคบใครจริงจังจะคบเพียงคนเดียว  รักเพียงคนเดียว
ไม่เชื่อเหรอ?
ไม่เชื่อก็พิสูจน์ดูสิจ๊ะ

# # # # # # # # # # # # # # #

 คำแปล
Leona Lewis - Bleeding Love

Closed off from love
- ปิดตายแล้วกับรัก
I didn’t need the pain
- ฉันไม่อยากเจ็บอีกต่อไป
Once or twice was enough
- แค่ครั้งสองครั้งก็เกินทน
And it was all in vain
- แล้วมันก็มีแต่จะทำให้เสียเวลา
Time starts to pass
- คืนวันผ่านไป
Before you know it you’re frozen
- กว่าจะรู้ตัวคุณก็ด้านชาไปทั้งตัว

But something happened
- ทว่ามีบางสิ่งเกิดขึ้น
For the very first time with you
- เป็นครั้งแรกกับเธอ
My heart melts into the ground
- ใจของฉันหลอมละลาย
Found something true
- ครั้นได้ค้นพบความจริง
And everyone’s looking round
- และทุกๆ คนที่มองมา
Thinking I’m going crazy
- ต่างก็คิดว่าฉันบ้าบอ

* But I don’t care what they say
- แต่ฉันไม่สนที่ใครเขาพูดกัน
I’m in love with you
- เพราะฉันรักเธอเสียแล้ว
They try to pull me away
- พวกเขาพยายามจะดึงฉันออกไป
But they don’t know the truth
- แต่พวกเขาไม่รู้หรอกกับความจริงที่ว่า
My heart’s crippled by the vein
- หัวใจพิการขาดเลือดหล่อเลี้ยงนี้
That I keep on closing
- ที่ฉันปิดกั้นเอาไว้อยู่นาน
You cut me open and I
- เธอเข้ามาเปิดใจฉันอีกครั้ง  และฉัน

** Keep bleeding
- ขอหลั่งเลือดเพื่อความรัก
Keep, keep bleeding love
- ขอหลั่งเลือดเพื่อความรักอีกสักครั้ง
I keep bleeding
- ฉันขอหลั่งเลือดเพื่อความรัก
I keep, keep bleeding love
- ฉันขอหลั่งเลือดเพื่อความรักดูอีกสักหน
Keep bleeding
- หลั่งเลือดเพื่อความรัก
Keep, keep bleeding love
- ขอหลั่งเลือดเพื่อความรักอีกสักที
You cut me open
- เธอเปิดใจฉันออกมา

Trying hard not to hear
- พยายามอย่างยิ่งที่จะทำไม่ได้ยิน
But they talk so loud
- แต่เขาก็พูดกันดังเหลือเกิน
Their piercing sounds fill my ears
- เสียงบาดหูเหล่านั้นอื้ออึง
Try to fill me with doubt
- ทับถมฉันอยู่กับความกังขา
Yet I know that the goal
- แล้วฉันก็ได้รู้  เป้าหมายนั้นแค่เพียงว่า
Is to keep me from falling
- ฉุดฉันไม่ให้จมดิ่งลงไป

But nothing’s greater
- หากแต่ไม่มีสิ่งใดดีไป
Than the rush that comes with your embrace
- ยิ่งกว่าความรู้สึกแรงกล้าที่มาพร้อมกับอ้อมกอดของเธอ
And in this world of loneliness
- ในโลกที่อ้างว้างใบนี้
I see your face
- ยังมีใบหน้าเธอให้ฉันมองเห็น
Yet everyone around me
- เวลานี้ทุกคนที่รายล้อม
Thinks that I’m going crazy,
- ต่างคิดว่าฉันนั้นบ้าไปแล้ว
Maybe, maybe
- ก็อาจจะใช่  อาจจะจริง

[Repeat * , **]
And it’s draining all of me
- แล้วมันก็ได้ชะล้างฉันคนเก่าไปเสียสิ้น
Oh they find it hard to believe
- คงยากที่ใครเขาจะเชื่อ
I’ll be wearing these scars
- ถึงอย่างไรฉันคงดูไม่ดี
For everyone to see
- ในสายตาของผู้คน

[Repeat * , **]

 

อ่านแล้วอย่าเพิ่งอ้วกกันไปซะก่อน
หรือถ้าอ้วกก็กรุณาเช็ดให้สะอาดด้วย 555
แหม...  ข้าพเจ้าก็ไม่ได้คลั่งรักขนาดน้านนนน
แต่แค่คิดว่าเพลงนี้มันเข้าบรรยากาศทีเดียว
สำหรับภาพรวม
คือ  "ดื้อ" น่ะ
เอาน่า  ฟังเพลงให้เป็นเพลง
เพื่อความบันเทิงในบ้านของท่านเท่านั้น
ห้ามเพื่อธุรกิจการค้าเหมือนร้านคาระโอเกะ
-- ไม่ใช่ละ
คำว่า  หลั่งเลือดเพื่อความรักนี้  แวนไปเอามาจากบล็อกใครไม่รู้ล่ะค่ะ
จำไม่ได้จริงๆ ขอโทษด้วย 
เจ้าของหรือคนรู้จักผ่านมาแสดงตัวหน่อยนะ  จะเครดิตให้
จริงๆ เพลงนี้มีคนแปลเยอะ
แล้วก็แปลคำว่า Bleeding Love นี้ออกมาหลายเวอร์ชั่นเหลือเกิน
แต่แวนถูกใจเวอร์ชั่น Bleeding Love แบบนี้สุด
มัน "ใช่เลย" สำหรับแวน  กับศัพท์เดิมและความหมายเมื่อแปลออกมา
เก่งจริงๆ

. เพิ่งสำเหนียกว่าตัวเองใช้ศัพท์ยากเกิน  หะๆ
Platonic Love = ความรักบริสุทธิ์ระหว่างชายหญิงที่ไม่มีเรื่องราคะใดเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่แวนไม่ได้หื่นขนาดคิดเรื่องราคะตอนนี้
หมายถึง  แค่คบกันอย่างบริสุทธิ์ใจ  แบบเพื่อนกันจริงๆ น่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อ่ะเหอ ๆ ยังทรงไว้ซึ่งคุณภาพ (ยาว) เหมือนเดิมค่ะแวนquestion

อุ๊ย!! แวนเปลี่ยนธีมใหม่cry(ถ้าให้เดาตอนนี้ก็คงกำลังแก้บล๊อคอยู่ ชิมิ)

ไหนๆก็เปลี่ยนจุดยืนแระ แล้วไม่ลองเปลี่ยนใจดูมั่งรื้อ (ไม่ได้ยุแยงตะแคงรั่วเน่อ)sad smile
เผื่อบางที ความรู้สึกที่มันมากเกินไป อาจจะบดบังอะไรดี ๆ ใกล้ ๆ ตัวอย่างอื่นนิ

(ไม่ได้ว่านะ แต่...)ถึงจะเปลี่ยนจุดยืน ดูยังไง ๆ
อาการของแวนก็ยังเรียกว่า "หัวปักหัวปำ" ในสายตาเค้าอยู่ดีอ่ะsad smile

สุดท้าย ขอโทษทีเน่อ ไม่รู้ว่าแรงไปหรือเปล่าsad smile
ยังไง ๆ ก็ สู้ๆนะแวน double wink (ลูบหลัง)

#1 By MeO on 2009-10-23 15:12

สิ่งแรกที่ทำหลังอ่านจบ คือ...



เสิชหาคำว่า platonic love sad smile




เป็นกำลังใจให้นะคะ
ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอ
(เกี่ยวรึป่าว 55 open-mounthed smile )

#2 By kekhuay on 2009-10-23 21:12

ประการแรก....
คุณเพื่อนช๊อก..........

แวนเธอไปอินเลิฟตั้งกะตอนไหน คนห่างไกลไม่ค่อยรุ้เรื่องก็งี้ละ......

เอาน่า....ถ้าคนมันจะชอบ ต่อให้หาเหตุผลสัก108 มันก็ฉุดไม่อยู่ๆดี

แฟนมันมีได้คนเดียว แต่เพื่อน(ชาย)นะมันมีได้หลายคน
ต้องค่อยๆดู คนที่เราอยู่ด้วยแล้วสุขใจ สบายใจที่สุดนั้นละ ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ถ้ามีปัญหาอะไรปรึกษาเค้าก็ได้นะ ศิราณีคนนี้ฟันธงถูกมาหลายคุ่ละ 555
แต่เรื่องตัวเองพลาดทุกที


ถึงยังไงก็อย่าปิดใจ ปักใจกับใครมากเกินไปนะ
เผื่อใจมองคนอื่นไว้บ้าง เราไม่ได้เจ้าชู้ แต่เราก็มีสิทธิ์ที่จะรุ้จักคนที่ดีสุดสำหรับเรานะ

ว่าแต่...Platonic Love มันคืออะไร555 แอบง่าว

#3 By Zesame..!!! on 2009-10-24 00:24

เย่ เปลี่ยนธีมๆ ^ ^

ไหนบอก"สรุป"แล้ว ถ้าไม่สรุปนี่จายาวกี่กิโลเนี่ย อิอิ

เข้าใจความรู้สึกมากมาย เหอๆ (นึกแล้วก็นะ - -')

They said "There are many fish in the sea."
-- ปลาหน่ะเยอะจริง แต่หาตัวที่ถูกใจไม่ได้ซักที !

ยังไงก็ขอให้โชคดีนะเพื่อนแวน =)



#4 By X-tine (124.122.197.209) on 2009-10-24 20:53

"รักใครจงรักแต่พองาม" โดนเหมือนกันค่ะsad smile

แต่บางทีก็นึกอยากโดนหลอกใช้เหมือนกันนะคะ อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าเรายังอยู่ในสายตาเขา เรายังมีตัวตน ยังสำคัญอยู่ ประมาณนั้นอ่ะค่ะ (ไม่รู้คิดเหมือนเรามั๊ยนะ)

แต่ก็อย่างว่า รักมากไป หัวใจมันก็เจ็บ
แต่เจ็บเพราะรัก ดีกว่ารักไม่เป็นนะคะquestion

สู้ ๆ ค่ะ ขอให้โชคดี (โดยเฉพาะความรัก) นะคะdouble wink

#5 By .+**+[พี]+**+. (110.164.155.213) on 2009-10-24 21:40

แวนเอ๋ย
ชีวิตยังอีกยาวไกล
ขอบอกว่ายังมีอีกเยอะ รออยู่ข้างหน้า

เห็นด้วยกับจีว่าเพื่อนชายมีได้อีกหลายคน

ส่วนที่ว่า

"ผู้หญิงกับผู้ชายมันจะสามารถคบเป็นเพื่อนกันได้
แบบบริสุทธิ์ใจ ไม่หมกเม็ด ขนาดนั้นจริงๆ เหรอว้า?"

มะนาวก็ว่าไม่อ่ะ


question

ช่วยไรไม่ได้แฮ่ะ หู้ว ว

#6 By Manownoi on 2009-10-24 22:57

สงสัยจะเป็นกล่าวถึงคนๆนั้น
รู้สึกว่าจะเคยเคลียร์กันไปในระดับหนึ่งแล้วหนิ
ถ้าเขามาอ่านคง "จุก"เลยสิเนี่ย

แหม ช่วงนี้เจอแต่คนเหงา ๆ อยากมีคู่กันจริง (ฉันด้วยแหละ หุหุ ) ก็เรื่องธรรมชาติของวัยรุ่นนี่นะ
ที่เขาว่ากันว่า ความรักคืออยากให้คนรักมีความสุข ความรักไม่ใช่แค่การครอบครอง มันก็อ่านจะจริง แต่เค้าคนนึงแหละที่ทำไม่ได้

ปล.plotonic น่าจะมาจาก plato ฤ เปล่า (มั่ว)
ปล.ยังไงก็ขอให้สมหวังในเร็ววันเน้อ
Hot!

#7 By back-to-basic on 2009-10-26 08:06